เลือกอาหารให้ถูกใจสุนัขอย่างพิถีพิถัน

เพราะสุนัขไม่สามารถพูดได้ มันจึงไม่สามารถบอกกล่าวถึงความต้องการอาหารในแต่ละมื้อได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้เจ้าของจึงควรใส่ใจดูแลสุนัขอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เขาได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน การเลือกอาหารให้สุนัขควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่าในแต่ละช่วงวัยของสุนัขมีความต้องการอาหารในรูปแบบที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับลักษณะของสุนัข และประเภทของกิจกรรมที่เขาชอบทำในแต่ละวันอีกด้วย เนื่องจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลให้สุนัขมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น ลูกสุนัขจะมีความต้องการอาหารที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโตต่อไป โดยเราอาจแบ่งเวลาในการให้อาหารลูกสุนัขออกเป็น 3 มื้อต่อวัน จนกระทั่งลูกสุนัขมีอายุ 5 เดือนขึ้นไป จึงค่อยปรับอาหารเป็น 2 มื้อต่อวัน

การให้อาหารสุนัข แนะนำว่าควรให้เป็นเวลาที่แน่นอน เช่น ให้อาหาร 2 มื้อ ในเวลา 8.00 น. และ 16.00 น. โดยวางทิ้งไว้ 15-20 นาที หากไม่กินก็ให้ยกขึ้น เพื่อให้สุนัขเรียนรู้การกินอาหารในเวลาที่แน่นอน แต่เมื่อถึงเวลาแล้วยังไม่กิน เราจะได้รู้ว่าสุนัขมีความผิดปกติหรือไม่สบาย นอกจากนั้นไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ทั้งวัน หรือบางบ้านจะเติมอาหารไว้เต็มชามตลอดเวลา เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะจะส่งผลให้สุนัขมีพฤติกรรมการกินอาหารไม่เป็นเวลา เกิดการทำงานที่ผิดปกติของทางเดินอาหาร เช่น อาการอาเจีย จากภาวะที่กรดในกระเพาะหลั่งออกมามากจนระคายเคืองทางเดินอาหารหรือกินเยอะจนอ้วน ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก ที่อาจจะรับน้ำหนักมากเกินไป จนบาดเจ็บหรือฉีกขาดตามมาภายหลังได้ หรือแม้แต่เกิดการเจริญที่ผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อโดยเฉพาะในลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่

ในขณะเดียวกันก็ไม่แนะนำให้เจ้าของให้อาหารคนกับสุนัข เพราะสิ่งที่สุนัขอยากกินอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นเจ้าของควรเป็นผู้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้สุนัขตามกำลังและความเหมาะสมของแต่ละบ้าน โดยการให้อาหารคนจะทำให้สุนัขเกิดทางเลือกในการกินอาหาร และจะเกเรพาลไม่ยอมกินอาหารของสุนัขเอง จนทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนตามหมวดหมู่ อีกทั้งเมื่อถึงเวลาอาหารของเจ้าของ สุนัขจะติดนิสัยมาขออาหารบริเวณโต๊ะอาหาร วิธีแก้คือให้อาหารสุนัข 2 มื้อต่อวัน ในเวลาเดียวกับอาหารมื้อเช้าหรือเย็นของเรา

การให้ อาหารที่สุนัขควรจะได้รับในแต่ละช่วงวัย จากลูกสุนัขเข้าสู่ช่วงวัยของสุนัขโตเต็มที่นั้น หากเป็นสุนัขพันธุ์เล็กจะอยู่ที่อายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ส่วนในลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่จะนับที่อายุ1 ปีครึ่งปีขึ้นไป ซึ่งเจ้าของสุนัขมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสูตรอาหารให้กับสุนัขอีกครั้ง เนื่องจากความต้องการสารอาหารในลูกสุนัขกับสุนัขโตมีความแตกต่างกัน ดังเช่นที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่าสุนัขโตต้องการสารอาหารไว้เพียงเพื่อการมีกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้ในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ในร่างกายอีกส่วนหนึ่ง

โดยวิธีการเปลี่ยนอาหารจากสูตรลูกสุนัขมาเป็นสุนัขโต จะต้องค่อยๆ เปลี่ยน ห้ามเปลี่ยนในทันที เพราะอาจส่งผลให้สุนัขบางตัวมีอาการถ่ายเหลว ท้องเสียได้ เนื่องจากสัดส่วนของสารอาหารที่มีอยู่ในสูตรอาหารแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตก ต่างกัน ซึ่งหลักการเปลี่ยนอาหารนี้ จะทำเหมือนกันทั้งในการเปลี่ยนอาหารจากสูตรลูกสุนัขมาเป็นสูตรสุนัขโต และการเปลี่ยนอาหารจากยี่ห้อที่หนึ่ง มาเป็นอาหารยี่ห้อที่สอง

วิธีการคือเพิ่มปริมาณอาหารสูตรสุนัขโตเข้าไป 1ใน4 ของอาหารทั้งหมด รวมกับอาหารสูตรลูกสุนัขเดิมอีก 3ต่อ4 โดยให้อาหารในอัตราส่วนนี้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจึงเริ่มปรับสัดส่วนอาหารสูตรสุนัขโตและสูตรลูกสุนัขเป็นครึ่ง ต่อครึ่ง ให้แบบนี้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้น เพิ่มอาหารสูตรสุนัขโตเป็น 3 ต่อ4 และลดปริมาณอาหารสูตรลูกสุนัขให้เหลือเพียง1 ใน4 คงไว้อีก 2-3 วัน จนสุดท้ายคือปรับเป็นอาหารสูตรสุนัขโตเข้ามาแทนที่ทั้งหมด ซึ่งในกรณีของการเปลี่ยนยี่ห้ออาหาร คุณหมอก็แนะนำให้ใช้วิธีเดียวกัน เท่านี้เราก็สามารถปรับเปลี่ยนอาหารให้กับสุนัขได้โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพใดๆ กับสุนัขแสนรักแล้ว

อาหารที่เหมาะสมสำหรับกระต่าย

กระต่าย

หลายคนในที่นี้คงเคยเลี้ยงกระต่ายหรือกำลังเลี้ยงกระต่ายอยู่ วันเรามีคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรให้น้องกระต่ายกินเพื่อสุขภาพที่ดี และอยู่ทุกท่านอยู่แข็งแรงไม่ต้องพาไปพบหมอให้เสียเงินทองและสุขภาพจิต(จาการเห็นน้องกระต่ายทรมานจากอาการป่วยต่างๆ)

กระต่ายเป็นสัตว์ฟันแทะที่แตกต่างจากสัตว์ฟันแทะทั่วไปคือมีฟันตัด (incisor) ด้านบนคู่หน้า 2 คู่ ซ้อนกัน และฟันล่าง 1 คู่ ไม่มีฟันเขี้ยว เรียกบริเวณที่เป็นฟันเขี้ยวว่า diasma มีฟันส่วนที่เรียกว่า premolar ด้านบน 3 ซี่ ด้านล่าง 3 ซี่ และที่สำคัญคือกระต่าย มีรากฟัน (root tooth) แบบเปิด คือฟันสามารถที่จะงอกได้ตลอดอายุทั้งในส่วนของรากฟันและหน้าตัดของฟัน Continue reading